Kittipong Pitakchotiwong

แนะนำนักกีฬาคนแรกของสโมสรเรานะครับ เค้าคือ คุณ เจมส์ กิตติพงศ์ พิทักษ์โชติวงศ์ ตำแหน่งที่ลงแข่งคือ Distance และ activity เรียกได้ว่า ฝีไม้ลายมือของเค้าไม่ธรรมดาเลยจริงๆครับ ที่สามารถ เทรดได้ทั้งการเก็บระยะ หรือ เก็บสั้น หลายคนคงสงสัยกันแล้วใช่มั้ยครับ ว่าโฉมหน้าคาตาของคุณเจมส์ เค้าคือใคร? เราจะพาเพื่อนๆไปเจาะลึกทำความรู้จักกับเทรดเดอร์เจมส์กันเลยครับ

1. ช่วยเล่าประวัติตัวเองอย่างย่อๆได้มั้ยครับ?

สวัสดีครับ ชื่อกิตติพงศ์ พิทักษ์โชติวงศ์ ชื่อเล่นเจมส์ ครับ ปีนี้ก็อายุ 33 ปีเป็นที่เรียบร้อย พื้นเพเกิดและโตที่จังหวัดภูเก็ตครับ ช่วงวัยรุ่นก็เหมือนเด็กทั่วๆไปครับ มีความฝันและอยากวิ่งตามฝันของตัวเอง ช่วงนี้จำได้แม่นเลย อยากเป็นนักดนตรี อยากออกเทป(เด็กสมัยนี้อาจจะงงเทปคืออะไร55) เวลาเกือบทั้งหมดนี่ทุ่มให้ดนตรีอย่างเดียวเลย แต่พอจะเข้ามหาลัยก็เริ่มมาคิดได้ว่า ฝันบางอย่างคงต้องวางไว้ก่อน ตอนนั้นเราก็ไม่รู้ว่าอะไรที่เราทำได้ดี หรือ จะเลี้ยงชีพเราได้ เลยเลือกเรียนบัญชี เพราะชอบตัวเลขและที่บ้านทำงานในสายการเงิน ธนาคารกันหมด ประกอบกับได้ทุนด้วยเป็นการช่วยที่บ้านประหยัดไปในตัว

เริ่มมารู้ตัวเองว่าเราไม่ได้ชอบด้านบัญชีก็ตอนใกล้จะเรียนจบละ เราอาจแค่ทำมันได้ดี หลังจากนั้นก็ลองทุกอย่างเลยครับ ทำร้านขายเสื้อผ้า เป็นเซลล์ส่งออกผลไม้ จนได้รับโอกาสจากผู้ใหญ่ให้เข้าไปทำงานสายบริหารเงินที่ธนาคารญี่ปุ่นแห่งหนึ่งครับหลังจากนั้นชีวิตการทำงานก็วนเวียนเกี่ยวกับการเงิน การลงทุนมาตลอดเลย

2. คุณเจมส์เริ่มสนใจลงทุนได้อย่างไรครับ?

เริ่มสนใจสมัยเรียนอยู่มหาลัยครับ มีเพื่อนสนิทแนะนำให้รู้จักกับเว็บ pantip.com เพื่อนสอนให้ลองเล่นโปรแกรมซื้อขายหุ้นจำลองในห้องสินธรครับ ตอนนั้นยังไม่รู้จักเลยว่าหุ้นแต่ละตัวเป็นยังไง ต้องหาความรู้อะไรบ้าง รู้แต่ว่าซื้อราคาถูก ขายราคาแพงแค่นั้นเลยครับ

มาเริ่มลงทุนจริงจังก็ตอนเริ่มมีเงินเก็บจากการทำงานครับ ก็ตามสูตรเลย ได้กำไรช่วงแรกแล้วมั่นใจว่าการลงทุนมันง่ายสบายๆ นั่งกดหน้าจอได้รอกำไร พอเพิ่มจำนวนเงินเข้าไปเท่านั้นแหละครับ ตลาดก็เริ่มสอนบทเรียนบทสำคัญให้ เริ่มขาดทุน จิตใจเริ่มไม่คงที่ ความเครียดเริ่มสะสม และออกจากตลาดไปช่วงนึงเลยครับ

3. คุณเจมส์มีเป้าหมายในการเทรดอย่างไรบ้างครับ?

ต้องการสร้างกระแสเงินสดให้เลี้ยงชีพได้ครับ ต้องการให้การเทรดเป็นเหมือนหน่วยธุรกิจหน่วยนึงของเราที่สามารถสร้างกระแสเงินสดได้ มาช่วยเสริมกับงานและธุรกิจเดิมที่ทำอยู่ครับ

4. ไอดอลในด้านการเทรดของคุณเจมส์คือ ใครครับ?

พี่ต้านครับ ผมเริ่มตามพี่ต้านมาตอนเริ่มมีกลุ่ม road to trader ใน Facebook ครับ ตอนนั้นได้แต่ฟังอย่างเดียวยังคิดไม่เห็นภาพ และยังไม่เชื่อในสิ่งที่พี่ต้านสอนเลยครับ อีโก้สูงมากช่วงนั้น แต่พอเวลาผ่านไปก็เอาที่พี่ต้านสอนมาทบทวน มาฟังซ้ำ เลยเริ่มเข้าใจอะไรมากขึ้นครับ และสิ่งที่พี่ต้านสอนนอกจากจะใช้ในการเทรดแล้ว ยังสามารถเอามาประยุกต์ใช้กับการทำธุรกิจ การใช้ชีวิตได้ด้วยครับ ที่สำคัญคือพี่ต้านไม่ได้สอนอย่างเดียว แต่ทำให้เราดูด้วยครับว่าสิ่งที่พี่ต้านสอน แนะนำ มันทำได้จริง

5. คิดว่าตัวเองต้องพัฒนาในด้านไหนเพิ่มอีกมั้ยครับ?

คิดว่าต้องฝึกเรื่องการควบคุมอารมณ์เพิ่มครับ ตอนนี้ยังมีบางจังหวะที่ต้องรอหรือหยุดแล้วใจยังรู้สึกว่าอยากมีออเดอร์ หรือบางทีเทรดไม่ไปตามที่มองไว้แล้วเรารู้สึกดรอปลงครับ หลักๆคิดว่าต้องปรับสมดุล อารมณ์ให้เป็นกลางให้ได้ครับ และเข้าใจธรรมชาติของตลาดให้มากขึ้น

อีกอย่างที่คิดว่าต้องพัฒนาเพิ่มคือเรื่องการวางกลยุทธ์ครับ การมองภาพรวมของพอร์ตโฟลิโอครับ

6. คุณเจมส์มีงานประจำ แล้วแบ่งเวลาเทรด อย่างไงครับ?

เนื่องจากงานประจำผมเกี่ยวข้องกับการลงทุนอยู่แล้วครับ เลยไม่ค่อยมีปัญหากับการแบ่งเวลามาเทรดเท่าไหร่ครับ ในมุมมองผม การเทรดควรจะสอดคล้องกับการใช้ชีวิตของเราด้วยครับ (ในกรณีเป็น part time trader) เมื่อก่อนตอนทำงานด้านการตลาด ผมดูจะดูจอตอนพักเที่ยงกับเลิกงานครับ เพราะเคยลองเทรดสั้นๆต้องดูจอบ่อยๆ ปรากฏว่าการเทรดก็ไม่ดีแล้วยังไปรบกวนประสิทธิภาพของการทำงานหลักด้วยครับ

7. อยากทราบสไตล์การเทรดของคุณเจมส์ครับ?

ตอนนี้เทรดแบบ cs เป็นหลักครับ และกำลังศึกษาและฝึก time base, กับ umbrella scalping ครับ

8. มีวิธีเติมไฟในการเทรดยังไงเวลาที่เราท้อครับ?

ผมจะคิดอยู่เสมอครับเวลาที่ผมท้อ ผมจะคิดว่าผมเจอวิธีที่ทำแล้วไม่สำเร็จอีก 1 วิธีครับ อย่างน้อยเราก็ไม่ได้เสียเวลาไปโดนเปล่าประโยชน์ครับ

ผมจะคิดว่าการที่เราผิดพลาดแล้วเราท้อ นั่นแปลว่าเราลงมือทำครับ ไม่มีใครไม่เคยทำพลาดครับ มีแต่คนไม่ลงมือทำเท่านั้นที่ไม่เคยพลาด เราแค่ต้องเรียนรู้จากความผิดพลาดแล้วก็พัฒนาตัวเองขึ้นครับ

อีกวิธีที่ผมใช้คือการคุยกับคนรอบข้างครับ บางทีเราแบกอะไรหนักๆไว้คนเดียว คิดเอง เออเองว่าเราพลาด เราแย่ มันจะทำให้เราท้อครับ ลองเล่าให้คนรอบข้างฟัง หรือคนที่เรารักฟังครับ กำลังใจจากคนรอบข้างนี่คือน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างดีเลย

9. หลังจากที่เข้ามาใน inferno club รู้สึกว่าเราพัฒนาตัวเองในด้านไหนบ้างครับ?

ด้านวินัยครับ พอเข้ามาแข่งให้กับคลับ ความรับผิดชอบเราเพิ่มขึ้น การตัดสินใจของเราทุกอย่าง มีผลกระทบกับทุกคนในทีม เลยทำให้เรามีวินัยเพิ่มขึ้นแบบอัติโนมัติเลยครับ

อีกอย่างก็ได้พัฒนาสกิลการทำงานเป็นทีมครับ ได้เรียนรู้การทำงาน การเทรดร่วมกันเป็นทีม การแบ่งหน้าที่ ทำให้รู้ว่าการเทรดมีอะไรมากกว่ากดส่งออร์เดอร์ครับ

10. ความรู้สึกที่ผู้จัดการสโมสรเลือกให้ลงแข่งใน mudley club ครับ?

รู้สึกดีใจปนกับงงครับ ดีใจที่ได้รับคัดเลือกเข้าทีมแต่ก็งงที่ว่าทำไมทีมถึงเลือกเรา 555

รู้สึกตื่นเต้นที่เราจะได้ลงแข่งสนามเดียวกับไอดอลของเราอีกหลายๆคนครับ แต่ก็แอบกดดันเหมือนกันครับ เพราะแต่ละคนก็เก่งๆทั้งนั้น

และก็รู้สึกขอบคุณทางทีมงานของ mudley club และทีมงานของ inferno ที่ทำให้คนธรรมดาคนนึงได้มีพื้นที่ในการแสดงออกครับ

11. อยากฝากอะไรถึงคนที่ติดตามพวกเราชาว Inferno ครับ?

เราทุกคนมีความเก่งอยู่ในตัวครับ บางครั้งแค่เรายังไม่รู้ว่าเราเก่งเรื่องอะไร อย่าเพิ่งท้อกับอุปสรรคที่เจอ เตรียมตัว ฝึกฝน เพื่อรอวันที่เราจะได้แสดงความสามารถครับ และอย่าลืมส่งแรงใจ แรงเชียร์ให้เราชาว Inferno ด้วยนะคร๊าบบบ

ฝากติดตามเพจ: Inferno club ของพวกเราด้วยครับ สโมสรเราเน้นการอัพเกรดเทรดเดอร์เป็นหลัก แล้วมาเติบโตไปพร้อมกับเรานะครับ