Arnon Fankham-ai

🔥 รู้จัก บอสกับคลับของเรา แบบเอาแต่เนื้อๆครับ 🔥

1. Arnon Fankham-ai คือใคร?

คนธรรมดาครับ

2. สโมสร Inferno มีที่มาที่ไปอย่างไรครับ?

ตอนที่ major league เริ่มก่อตั้ง ผมมีโอกาสในการได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในผู้จัดการสโมสร ในตอนนั้นเองที่เราต้องเสนอชื่อไป ทำให้ผมคิดถึงตอนที่ยังเทรนเพื่อที่จะเป็นเทรดเดอร์อาชีพรุ่น prototype ของเชียงใหม่ ในระหว่างการเทรนนั้นมีหลายๆอย่างเกิดขึ้น ส่วนใหญ่เป็นความลำบากตั้งแต่เล็กน้อยไปจนเรื่องใหญ่ ทั้งในทางจิตใจและทางกายภาพ จนมีบางคนเรียกมันว่าแคมป์เทรดเดอร์ที่เหี้ยมโหด แต่ในทางกลับกัน การอยู่รอดในสภาวะความลำบากเหล่านั้นล่ะ ที่สร้างตัวตนของเราขึ้นมา คง passion ในหลายๆส่วนให้มันไม่สั่นไหวไปตามอุปสรรคต่างๆ inferno จึงเกิดมาจากความรู้สึกนั้นครับ

3. กับผลงานของสโมสรตอนนี้คิดว่าในฤดูกาลหน้าเราต้องปรับรุงในส่วนไหนบ้างครับ?

ทุกส่วนครับ เนื่องจากเราไม่ได้ใช้โมเดลต้นแบบจากอะไรก็ตามทั้ง 100% และไม่ใช้วิธีการบอกว่าต้องทำเป็นสเต็ปแบบนั้นแบบนี้ ผมมีแค่ไกด์ให้ว่า เส้นทางจะเป็นแบบไหน และปลายทางจะต้องประมาณไหน แล้วเปิดให้สมาชิกในคลับใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการจัดการโครงสร้างระบบการบริหารงานตั้งแต่ฐานของคลับมาเลย เพื่อให้ทุกคนได้ร่วมกันสร้างมันขึ้นมาจริงๆ ซึ่งทั้งหมดนั้นเริ่มต้นจาก 0 ทำให้หลายๆส่วนก็ทำได้ดี มีล้มเหลวบ้าง แป้กบ้าง และทั้งหมดยังอยู่ใน process ของการทดลองและเรียนรู้ ทำให้ในฤดูกาลหน้าหลายๆส่วนจะเริ่มถูกนำไปทดสอบและปรับใช้จริงครับ

4. การบริหารสโมสรทำให้เราได้เรียนรู้อะไรบ้าง?

ส่วนสำคัญส่วนหนึ่งคือผมได้เรียนรู้การอยุ่และปล่อยวางกับความคาดหวังบนตัวแปรบางส่วนที่ควบคุมไม่ได้ นึกถึงแบบแปลนการพัฒนาสโมสรเราที่มีอยู่ในหัวว่า โอเค เราต้องการให้มันเป็นแบบนี้ process การเรียนรู้จะเป็นไปแบบนั้น การเดินทางของสโมสรจะเป็นแบบนี้ มันจะต้องโตไปแบบนี้ แต่เมื่อหลายๆส่วนเราต้องการความคิดใหม่ๆ คูลๆ บนสนามเด็กเล่นที่สมาชิกสามารถทดสอบ ทดลอง และเรียนรู้ได้ ผมเองก็ลุ้นอยู่ทุกวันว่า ทุกคนจะผ่านมันไปได้ไหมนะ ทุกคนจะสร้างได้ไหม ความแข็งแกร่งของสโมสรจะเข้าไปอยู่ในใจของทุกคนไหม ใครจะหมด passion ไปก่อนหรือเปล่า บางคนจะอยู่ร่วมสร้างกับเราไปนานๆไหม หรือใครบางคนจะเทเราไปก่อน ประหนึ่งสโมสรเป็นลูกชายที่ผมเอาอาวุธยัดใส่มือชิ้นหนึ่ง ผลักเข้าไปเจอความจริงในสนามรบ แล้วมานั่งลุ้นอยู่ขอบสนามว่า เขาจะยืนหยัดได้นานจนแข็งแกร่ง หรือโดนระบบลบทิ้งออกไปก่อนกันแน่

5. ตั้งคำถามกับตัวเองเป็นสักหนึ่งคำถามครับ

หนึ่งคำถามสำคัญที่ผมรู้สึกว่าต้องถามคือ จริงๆแล้วเราต้องการอะไรกันแน่? ในแง่ของการแสวงหาความจริงของชีวิตเราเลยนะ พูดไปมันก็จะดูลอยๆหน่อย ใช้ตัวอย่างช่วยก็แล้วกัน เช่น สมมติว่าว่าหนึ่งคุณไปงานภาพถ่าย และคุณประทับใจกับมันมากๆ คุณเลยรู้สึกว่าคุณหลงใหลการถ่ายภาพ คุณจึงเริ่มศึกษาและซื้อกล้องมา แต่เมื่อปฏิบัติจริง คุณพบว่าคุณไม่มีเวลาถ่าย ตอนนี้แสงมันไม่สวย ตอนนี้ไม่มีอารมณ์ แบกกล้องมันหนัก หรือบางทีก็วางมันไว้เฉยๆแล้วออกไปวิ่ง นั่นเป็นจุดหนึ่งที่เราต้องถามตัวเองแล้ว (ซึ่งถ้าใครตอบตัวเองได้ก่อนซื้อกล้องก็จะดีมากๆ) ว่า จริงๆแล้วเราต้องการอะไรกันแน่ เราชอบถ่ายภาพจริงๆเหรอ นึกถึงคนที่ถ่ายภาพจริงๆ จะกล้องอะไรเค้าก็ถ่าย จะสภาวะแวดล้อมแบบไหนก็ถ่าย สวยไม่สวยเป็นเรื่องว่ากันทีหลัง ขอให้ได้ถ่ายภาพเถอะ แล้วเราล่ะ เราหลงใหลการถ่ายภาพขนาดไหน ถึงขนาดที่ต้องซื้อกล้องไฮโซรึเปล่า หรือชอบถ่ายบางอารมณ์ที่ใช้กล้องมือถือก็ได้ หรือแค่อยากถ่ายกาแฟบางเวลา อยากถ่ายภาพแฟนให้สวยเฉยๆ หรือเราแค่ชอบดูรูปสวยๆ หรือแค่ชอบเสพงานถ่ายภาพ หรือถ้าไปไกลมากๆ เราไปดูงานแสดงภาพถ่ายสวยๆ เพราะแค่อยากให้สังคมรับรู้ว่าเราเป็นคนชอบเสพงานศิลปะ เพื่อให้สังคมตีค่าว่าเราเป็นคนมีคลาส แต่จริงๆก็ไม่ได้ชอบเท่าไร ไม่ว่าจะแบบไหนก็ตาม มันก็ไม่ใช่เรื่องที่ผิด แต่ทั้งหมดทั้งมวลเป็นงานและเอียด และต้องตอบให้ได้ ถึงแม้จะดูเป็นคำถามง่ายๆก็ตาม หลายคนกลับตอบไม่ได้ หลายคนก็หลอกตัวเอง ซึ่งมันส่งผลต่อความเข้มของการเดินทางชีวิตในแต่ละเส้นทางมากๆเลยนะครับ

6. สุดท้ายอยากฝากอะไรถึงผู้อ่านบทสัมภาษณ์นี้ครับ?

Inferno ยินดีที่จะร่วมสร้างและผลักดันให้สมาชิกเข้าถึง ทักษะ ประสบการณ์ และโอกาส ในด้านที่สมาชิกสนใจ บนขอบเขตของทรัพยากรของ club หรือสมาชิกท่านอื่นสามารถซัพพอร์ตได้ แต่การจะไปไกลแค่ไหน นั่นเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องไขว่คว้าด้วยตนเองนะครับ