Category: บทความ

ทำความรู้จักกับอาชีพ Digital nomad (ผู้เร่ร่อนดิจิทัล)

ในยุคสมัยนี้ มีอาชีพมากมายที่เกิดขึ้นบนโลกของเรา ที่เราอาจจะไม่เคยรู้ว่า เห้ย! มันมีอาชีพแบบนี้จริงอยู่หรอ เช่น รับจ้างเข้าคิว รับจ้างขับรถกลับบ้าน วันนี้ผมจะพาไปรู้จักกับ อีก 1 อาชีพ ซึ่งเป็นอาชีพที่กำลังมาแรงกับยุคสมัยนี้มาก คือ Digital nomad

Digital nomad หรือผู้เร่ร่อนดิจิทัล คืออาชีพที่สามารถทำงานทุกอย่างผ่านระบบออนไลน์ที่ใช้แค่เพียง แล็บท๊อปและสัญญาณ Wifi เพียงสองอย่างนี้ก็สามารถทำให้เราทำงานที่ไหนก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นริมทะเล ร้านกาแฟ และ Co-working space ซึ่งดูจากไลฟ์สไตล์ของคนที่เป็นอาชีพนี้ดูสนุกและสามารถเที่ยวไปทำงานไปได้ตลอดเวลา สถานที่ที่ Digital nomad ชอบเลือกไปอยู่ก็คือ สถานที่ที่ค่าครองชีพถูก อย่างเช่น จังหวัดเชียงใหม่ หรือ เกาะบาหลี ในประเทศ อินโดนิเซีย

พออ่านมาถึงตรงนี้แล้วหลายๆคนคงอยากเป็น Digital Nomad กันแล้วใช่ไหม มาดูกันต่อครับว่าการเป็นdigital nomad ต้องทำอย่างไรบ้าง?

  1. ทักษะ (Skill) การทำตลาดออนไลน์ ,การทำCoding ,การทำเว็ปไซด์ หรือ การเทรดค่าเงิน หุ้น ทองคำ
  2. การบริหารการเงินส่วนบุคคล (Personal Finance) ข้อนี้ผมคิดว่าเป็นแกนหลัก สำหรับการเป็น Digital Nomad เพราะว่าเราต้องวางแผนการเงินต่างๆ เช่น ค่ากิน,ค่าเดินทาง,ค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการใช้ปัจจัยคงที่ ,ค่าใช้จ่ายยืดหยุ่น ,เงินออมเพื่อลงทุนและเงินออมเผื่อฉุกเฉิน
  3. การเข้าสังคม (Conection) การเข้าสังคมนั้นช่วยให้เรามีคนรู้จักในสายงานต่างๆ ที่สามารถช่วยเหลือเราได้ในการทำธุรกิจต่างๆ ในด้านแนวคิดและคำปรึกษา ซึ่งจะทำให้เราทำงานได้ไหลลื่นและง่ายขึ้น
  4. ความยืดหยุ่น (Flexibility) ความสามารถในการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์และแผนการใช้ชีวิตให้เกิดประสิทธิผลสูงสุด เนื่องจากเราอาจจะอยู่สถานที่บางสถานที่แค่ 90 -180 วัน หรือแล้วแต่แผนการที่เราวางไว้
  5. ภาวะผู้นำ (Leadership) เราต้องมีวินัยกับตัวเองตลอดเวลา เพื่อให้บรรลุตามเป้าหมายต่างๆ เพราะการที่เรามีอิสระในเรื่องของเวลานั้น จะทำให้เรานอกแผนอยู่เสมอ

“Only the disciplined ones are free in life. If you aren’t disciplined, you are a slave to your moods. You are a slave to your passions. That’s a fact.” – Eliud Kipchoge

อ้างอิงจาก https://plaradise.com/meeting-digital-nomad/?fbclid=IwAR1kN7IzOfr2cpBw4_U9jsh8xy9mL-nCiZLrZ0vh76OxUfksELJaq9Aaqr8

?สำหรับมือใหม่ ที่สนใจเรื่องการเทรด สามารถข้อความมาบอกได้นะครับ ว่าอยากรู้เรื่องไหนเป็นพิเศษ พวกเราชาว inferno ยินดีแบ่งปันความรู้ และเติบโตไปพร้อมกับพวกเรานะครับ

By GOLF Inferno

เพิ่มประสิทธิภาพของการเทรดด้วย Energy Managament

วันนี้เราจะมาพูดถึงเรื่อง Energy Managament ว่าทำไมพลังงานถึงสำคัญ ทำไมเราถึงต้องบริหารมัน?

ปกติเวลาเราทำอะไรเราต้องใช้พลังงานอยู่แล้ว ถ้าเรามีกิจกรรหลายๆอย่าง แล้วเราไม่ได้มีการบริหารพลังงานที่ดีหรือไม่มีพลังงานที่เพียงพอที่จะสามารถทำกิจกรรมหลายๆอย่าง ภายใน 1 วัน ซึ่งใน 1 วัน จะมีการรีเซ็ตพลังงานทุกๆครั้งที่เรานอนหลับ แต่ละคนจะมีการชาร์จพลังงานไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล ถ้าคนที่นอนหลับได้ดีก็จะมีพลังงานเยอะกว่าคนอื่น ดังนั้นเราควรที่จะใช้พลังงานให้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุดเพราะว่า ถ้าเราใช้มันได้อย่างไม่มีประสิทธิภาพเราจะรู้สึกว่า เราทำกิจกรรมได้หลายอย่างก็จริงแต่ประสิทธิภาพนั้นไม่ได้คุณภาพ เช่นเราทำงาน 8 ชั่วโมง แล้วก็ต้องมาทำกิจกรรมอื่นๆอีก อย่างเช่นเทรด 3 ชั่วโมง แต่ประสิทธิภาพจริงๆอาจจะแค่ 1 ชั่วโมง แล้วหลังจากนั้นเราก็จะไม่สามารถโฟกัสการเทรดนั้นได้อีกโดยที่เราไม่รู้ตัว ซึ่งเราไม่สามารถที่จะวัดมันได้

หลายๆคนอาจจะสงสัยว่าการเทรดนั้นจะบริหารพลังงานไปทำไม ลองนึกภาพว่าถ้าเราบริหารหลายๆพอร์ต หลายๆกลยุทธ์ เราจะไม่สามารถโฟกัสหลายๆพอร์ตได้ เช่น การออกออเดอร์ผิด หรือ ออกออเดอร์ sell เป็น buy ดังนั้นเราต้องโฟกัสกับการเทรดมากๆซึ่งการโฟกัสนั้นจะแปรผันกับพลังงานของเรา

หลักการในการบริหารพลังงานนั้นจะแบ่ง ออกเป็น 2 อย่าง

1.การตัดออก

– Social Media ในยุคสมัยนี้เราปฎิเสธไม่ได้ว่ามนุษย์นั้นหันมาใช้โซเชียลกันมาก แต่ในบางครั้งการที่เราสไลด์ดูนั้นดูนี้เผลอไปแปปเดียวเราโดนกินเวลาไปแล้ว 1-2 ชั่วโมง ซึ่งการทำกิจกรรมแบบนี้นั้นเราจะใช้พลังงานไปกับการมอง การรับรู้ ใช้ประสาทสัมผัสในการรับข้อมูลข่าวสาร ซึ่งเป็นไปไม่ได้เลยที่เราจะไม่ไปสนใจมัน

– Entertainment ในส่วนนี้จะเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับ การที่เราเล่นเกมส์ ดูหนัง ดู Youtube ซึ่งเป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่ค่อนข้างกินพลังงาน

– Drama คือการที่เราไปติดตามข่าวดารา การซุบซิบเซเลป และ การใช้ Social attack

ซึ่งกิจกรรมทั้ง 3 ที่เกิ่นออกมานั้น จะกินทั้งพลังงานและเวลาของเราอย่างมากแล้วเราก็ไม่ได้ประโยชน์อะไรกลับมา แต่ถ้าเราใช้ Social Media และ Entertainment ในการรับฟังข่าวสารที่เป็นประโยชน์กับเรานั้น ถือว่าเป็นการใช้พลังงานแล้วได้ประโยชน์ ส่วนของ drama นั้นถ้าเราปัญหากับแฟนหรือคนที่เรารัก ซึ่งเราก็ไม่อาจสามารถที่จะปล่อยสิ่งนั้นไปได้ ต้องเคลียร์ให้จบ อาจจะทำให้กินเวลาและกินพลังงานของเรา ถ้าเราเคลียร์ไม่จบก็อาจจะเป็นปัญหาต่อไปได้
กิจกรรมทั้งสามนั้นไม่ได้แนะนำให้ตัดออกให้หมด เพียงแค่ให้เราลิมิตการใช้พลังงานพวกนี้ให้น้อยที่สุด แล้วเราจะมีพลังงานเหลือมากขึ้นเพื่อไปทำกิจกรรมอื่นๆ ดังนั้นการตัดออกคือการที่เราใช้พลังงานให้มีประสิทธิภาพได้มากขึ้น

2.การเพิ่มขนาดของพลังงานในร่างกาย

การออกกำลังกายแบบ Nomal Exercise ควรที่จะออกกำลังกายอย่างน้อย
30 – 45 นาทีต่อวัน ซึ่งใน 15 นาทีแรกนั้นจะเกิดการเผาผลาญพลังงานที่กินเข้าไป ถ้ามากกว่า 30 นาที ต่อไปร่างกายเราจะเริ่มเอาพลังงานที่กักเก็บเอาไว้มาใช้

สำหรับมือใหม่ควรที่จะออกกำลังกายอย่างน้อย อาทิตย์ละ 4 วันต่อสัปดาห์ ใช้เวลาแค่ 20-25 นาที พอเราเริ่มออกกำลังกายได้ในระดับminimum แล้วควรอัพไปเป็น 6 วันต่อสัปดาห์ ใช้เวลา 20-25 นาที สเต็ปต่อมา 6 วันต่อสัปดาห์ ใช้เวลา 30-35 นาที ส่วนสเต็ปสุดท้าย 6 วันต่อสัปดาห์ใช้เวลา 40-45 นาที หลังจากเราเราออกกำลังกายได้สม่ำเสมอแล้วประมาณ 2 เดือน เราก็อาจจะลองทำ Stress test เพื่อเช็คว่าการออกกำลังกายของเรามันเพียงพอไหม (Stress test คือการทดสอบขีดจำกัดของร่างกายเรา) วิธีการทำ Stress Test จะทำอย่างน้อย 4 เท่าของ Normal Exercise พอเราStress test แล้วพักไปเลย ทั้งอาทิตย์ เพื่อให้ร่างกายเราได้พัก พอหลังจากพักนั้นเราควรเพิ่มเวลาในการออกกำลังกายและความเข้มข้น เช่น
-วิ่ง 20-25 นาที แล้ว Stress test 80-100 นาที หลังจากนั้นพัก 1 อาทิตย์
-วิ่ง 30-35 นาที แล้ว Stress Test 90-140 นาที พัก 1 อาทิตย์
-วิ่ง 40-45 นาที แล้ว Stress Test 160 -180 นาที พัก1อาทิตย์ เป็นต้น

หลังจากเราฝึกจนครบ Process แล้วเราควรที่จะเพิ่มความเข้มข้นของการฝึกด้วยการปรับความเร็ว จาก Pace 7 > 6 > 5 เป็นต้นครับ

ช่วงนี้เริ่มจะเข้าสู่หน้าหนาวกันละนะครับ แอดอยากฝากเรื่องสุขภาพให้กับเพื่อนๆชาวเทรดเดอร์ดูแลรักษาสุขภาพดีๆ ระวังเรื่องฝุ่น pm 2.5 กันด้วยนะครับ สุขภาพที่ดีเริ่มต้นด้วยตัวเรา

4 เทคนิคถนอมสายตาที่จะช่วยให้สามารถนั่งเทรดได้ตลอดทั้งวัน

ช่วงนี้เทรดเดอร์ในทีมทุ่มกันสุดตัว เรียกได้ว่าจ้องจอกันตาไม่กะพริบ เพราะเจอศึกแห่งศักดิ์ศรีเลยต้องทุ่มกันสุดตัว อาการเคืองตา ปวดตา เลยถามหา แอดเลยจะมาแชร์ทริกที่เหล่าเทรดเดอร์ใช้ในการถนอมสายตากัน

  1. กระพริบตาบ่อยๆ  ถ้าเราโฟกัสกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งบนหน้าจอนานๆ มีโอกาสสูงมากที่เราจะลืมกะพริบตาซึ่งจะทำให้เราเกิดอาการตาแห้ง แสบตาได้ เราจึงควรกะพริบตาบ่อยๆเพื่อให้มีน้ำมาหล่อเลี้ยงตา หรือ อาจใช้การหยอดน้ำตาเทียมเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น เทคนิคนี้เทรดเดอร์สาย activity ชอบมากเพราะไม่ต้องลุกไปไหน เดี๋ยวราคาจะวิ่งหนีเอา
  2. ละสายตาออกจากจอ โดยมองไปที่ต้นไม้ หรือ หลับตาสัก 2-3 นาที เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยได้หากเราเกิดอาการตาล้าจากการจ้องมองจอเป็นเวลานาน
  3. นวดเบาๆรอบกระบอกตา เพื่อกระตุ้นการหมุนเวียนของเลือดไปสู่กล้ามเนื้อรอบดวงตา การโฟกัสหน้าจอนานๆ ทำให้กล้ามเนื้อรอบดวงตาเกิดอาการเกร็ง และขัดขวางการเดินทางของกระแสเลือดที่ควรจะไปหล่อเลี้ยงกล้ามเนื้อส่วนนั้นๆ
  4. อย่าลืมดื่มน้ำให้เพียงพอด้วยนะ เพราะการขาดน้ำเป็นสาเหตุหนึ่งที่อาจทำให้เกิดอาการเคืองตาได้

ใครมีวิธีถนอมสายตาที่ใช้ได้ผลมาแชร์ให้เพื่อนๆใน comment กันได้นะครับ