Mudley Inferno eSports Manager Interview

พบกับ manager ของ Mudley Inferno ทีมอีสปอร์ตสตาร์ทอัพ ที่ผลงานกำลังเริ่มร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ มาทำความรู้จักกับเธอกันครับ

Q: แนะนำตัวหน่อยครับ
A: ชื่อ นุ้ย ค่ะ ชื่อในเกม Beautiful Nuy เป็น manager E-sports Department ของ Inferno Club ทีมที่ทำอยู่ตอนนี้ คือ Mudley Inferno ค่ะ

Q: Mudley Inferno มีที่มายังไงครับ
A: เริ่มต้นจากนุ้ยสตีมเกมค่ะ แล้วเกมที่ใช้สตีมคือ League of Legends เลยทำให้คนดูและคนที่มาเล่นด้วยหลักๆคือ กลุ่มคนที่เล่น lol บวกกับตอนนั้นนุ้ยเองก็รู้จักและเคยเล่นกับ manager รวมไปถึงสมาชิกของ Inferno หลายๆคน ซึ่งตอนนั้นทางสโมสรได้รับคำเชิญจากทาง Mudley Esports ให้ร่วมเล่น LOL (แมตช์กระชับมิตร) เราจึงชวนน้องๆที่เล่นด้วยกันเป็นประจำมาร่วมเล่นในแมตช์นั้น และกลายเป็นจุดเริ่มต้นของ Mudley Inferno คะ

Q: แนวทางของ Mudley Inferno เป็นอย่างไรครับ
A: Mudley Inferno เป็นทีมอีสปอร์ตที่เพิ่งก่อตั้งขึ้น (ภายใต้การบริหารงานแบบครอบครัว) ดังนั้น ผู้จัดการทีม โค้ช นักกีฬา รวมถึงทีมงานทั้งหมด เราจะต้องเริ่มต้นการรวมทีมด้วยใจ แน่นอนค่ะ เรามีความเชื่อว่า..การเริ่มต้นอะไรก็ตามหากเราทำในสิ่งที่เราชื่นชอบเรามักจะทำด้วยความเต็มใจ และเราก็พร้อมจะทำให้มันออกมาดีที่สุด แม้จะต้องแลกกับการมีวินัยในการฝึกซ้อม วินัยในการออกกำลังกาย การรักษาเวลา พัฒนาผลงาน การฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง พร้อมรับทุกการแข่งขัน และที่สำคัญสโมสรเราจะยังไม่มีข้อเสนอเรื่องรายได้เข้ามาเกี่ยวข้อง (พูดง่ายๆ ถ้ายังไม่ชนะก็ไม่มีรายได้) หรือจนกว่าผลงานจะเข้าตาผู้ใหญ่ใจดีเราถึงจะมีผู้สนับสนุน ดังนั้น นักกีฬาทุกคนจึงต้องมีความเข้าใจในรูปแบบวัฒนธรรม และการดำเนินงานของสโมสรเป็นอย่างดี เพื่อการเติบโตของทีมต่อไป

Q: ผลงานตอนนี้เป็นอย่างไรบ้างครับ
A: การแข่งขันภายในของซีซั่นนี้ที่ทาง Mudley Esports จัดขึ้นทั้ง 2 ทัวร์นาเมนต์ เรายังคงเป็นแชมป์ทั้ง 2 ทัวร์นาเมนต์ ส่วนการแข่งขันภายนอก ทัวร์นาเมนต์ล่าสุด LoL Play at Home Tournament ผ่านเข้ารอบ 16 ทีม (จัดได้ว่าเข้ารอบลึกที่สุดตั้งแต่ที่เราทำทีมแข่งภายนอกมา) โดยรวมแล้วผลงานตอนนี้ถือว่าเป็นที่น่าพอใจ ทั้งการแข่งขันภายในและภายนอก รวมถึงสมาชิกในทีมมีการพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้นค่ะ

Q: เป้าหมายการเติบโตระดับถัดไปเป็นอย่างไรครับ
A: เป้าหมายถัดไปของทีมคือการเป็นแชมป์ประจำซีซั่นของลีกภายใน และการลงทัวร์นาเมนต์ข้างนอกให้มากที่สุด เพื่อเป็นการเรียนรู้ การได้เจอคู่ต่อสู้จริงๆ ยิ่งเป็นทีมที่เก่งๆ เราจะได้ยิ่งเรียนรู้ และนำมาฝึกฝน เพื่อพัฒนาฝีมือต่อไป

Q: ตอนนี้เรามีโอกาสจะเจอกันที่ไหนบ้าง
A: ทัวร์ภายนอกใกล้ๆที่อยู่ในสายตาเราตอนนี้มี 3 รายการ
1. GM CUP CHAMPIONSHIP
2. #แบกหมอสู้โควิด
3. ARCADE CUP
ถ้าเราสามารถลงทะเบียนได้ ก็มีโอกาสได้เจอกันนะคะ

Q: E-sports Department // Mudley Inferno จะขยายไปเกมอื่นด้วยไหมครับ
A: ตอนนี้ต้องการผลักดันให้ทั้งตัวสโมสร และตัวนักกีฬา อยู่แนวหน้าของอีสปอร์ต ซึ่งตอนนี้ยังไม่มีแผนจะขยายไปเกมอื่น จนกว่าจะถึงเวลาที่เหมาะสม ซึ่งทางเราจะแจ้งอย่างเป็นทางการอีกครั้งค่ะ

Q: ฝากถึงผู้ที่สนใจสักหน่อยครับ
A: Mudley Inferno เรายังเป็นทีมเล็กๆที่ดูภายนอกอาจจะดูไม่ได้หวือหวาอะไร แต่อยากจะให้ทุกท่านดูที่ผลงานของเรา รับรองว่าท่านจะหลงรักรูปแบบการทำทีมของเรา และได้เห็นการพัฒนาในทุกๆด้านอย่างต่อเนื่องแน่นอน
ยังไงก็ฝากติดตาม mudley Inferno ได้จากช่องทางต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเพจ สตีม และรายการแข่งขันอื่นๆด้วยนะคะ
แล้วพบกันค่ะ

 

Tarot Journal EP 01 การดูไพ่กับพ่อหมี

สวัสดีมิตรรักแฟนเพลงทุกท่านนะครับ วันนี้พ่อหมีดูดวงจะมาพูดคุยเกี่ยวกับการดูไพ่ Tarot แบบไม่แม่นนะครับ สำหรับสมาชิก ท่านใดที่สนใจจะดูไพ่สามารถไปติดต่อติดตามกันที่เพจ https://www.facebook.com/tarotbybye/ ไปกด Like กด Subscribe กด Share ได้เลยนะครับ การันตีความไม่แม่นครับ, Tie-in เสร็จเข้าเรื่องได้ อิอิ

หลังจากบทความที่แล้วนะครับ พ่อหมีได้พูดถึงความเป็นมาคร่าว ๆ ของไพ่ Tarot ไปแล้วนะครับ วันนี้นะครับพ่อหมีจะเล่าให้ครับว่าทำไมพ่อหมีถึงไม่เรียกตัวเองว่าพ่อหมอและไม่เป็นพ่อหมอแต่มาเป็นพ่อหมี ตั้งใจฟังให้ดีจากหูหมีไม่ใช่หูหมอ

จากสารคดีเรื่อง Prediction by the numbers นะครับเป็นสารคดีเกี่ยวกับ”สถิติ”ครับ ในสารคดีได้มีการอธิบายถึงตั้งแต่ที่มาของสถิติศาสตร์ พัฒนาการ การใช้ประโยชน์ที่เกิดขึ้น ข้อจำกัดในการใช้งานและความเข้าใจผิดที่หลายคนรวมถึงนักวิจัยในหลากหลายแขนงที่ยังคงมีความเข้าใจผิดอยู่ เช่นเรื่องค่า Sig นอกจากนี้ยังพูดถึงการนำสถิติไปใช้ประโยชน์ในยุคปัจจุบันและอนาคต หากใครสนใจสามารถไปหารับชมเพิ่มเติมได้ครับ เป็นสารคดีสั้น ๆ เพียง 50 นาทีที่อธิบายโดยใช้ภาษาแบบไม่ยากครับ สามารถนำไปเป็นสื่อการเรียนการสอนวิชาสถิติได้อย่างดีเลยสำหรับผู้เริ่มต้น

ประเด็นที่ผมสนใจก็คือในสารคดีได้มีการพูดถึงทฤษฎี The wisdom of crowds ที่ถูกสร้างขึ้นเมื่อ 100 ปีที่แล้วโดย Sir. Francis Galton ซึ่งคุณลุงเขาเป็นนักสถิติครับและลุงได้มีโอกาสได้ไปเที่ยวงานกิจกรรมในปี 1906 ซึ่งหากเปรียบเทียบบ้านเราก็จะเป็นงานวัด งานกาชาด งานฤดูหนาวหรืองานปอยฟ้อนผีมด โดยภายในงานได้มีกิจกรรมหนึ่งที่คุณลุงสนใจครับนั่นคือกิจกรรมทายน้ำหนักตัวของวัวหนุ่ม เมื่อกิจกรรมได้สิ้นสุดลงปรากฎว่าไม่มีใครที่ทายน้ำหนักตัวของวัวตัวนั้นถูกต้องเลยครับ ด้วยความสงสัยของคุณลุงฟราน ลุงฟานรีบกลับบ้านและนำตัวเลขของคนกว่า 787 คน ที่ประกอบไปด้วยตั้งแต่ผู้เชี่ยวชาญยันคนธรรมดา มาทายมาหาค่าเฉลี่ยและผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นก็คือ “ค่าเฉลี่ยที่เกิดขึ้นมีความคลาดเคลื่อนกับน้ำหนักที่แท้จริงของวัวตัวนั้นเพียง 1 เปอร์เซนเท่านั้น” นอกจากนี้แล้วในสารคดีเองก็ได้ทำการทดลองกิจกรรมทายเยลลี่ในขวดโหล ซึ่งผลที่ได้ก็คือค่าเฉลี่ยที่เกิดขึ้นมีความคลาดเคลื่อนเพียง 6 เปอร์เซนเท่านั้น และยังมีเรื่องของเรือนดำน้ำ Scorpion ที่สารคดีไม่ได้พูดถึง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือการนำค่าเฉลี่ยของคนมาหาจุดจมและจุดที่ค้นพบว่าเรือดำน้ำจมจริงอยู่ห่างจากจุดที่ทำนายว่าจมเพียง 100 เมตรเท่านั้น จากจุดส่งสัญญาณครั้งสุดท้ายที่มีพื้นที่ค้นหากว่า 40 กิโลเมตร

จากเรื่องราวที่เกิดขึ้นทฤษฎีนี้จะถูกนำมาใช้ในแง่ที่ว่าการอยู่เป็นกลุ่ม การตัดสินใจเป็นกลุ่มเป็นการตัดสินใจที่มีประสิทธิภาพกว่าการตัดสินใจของคนคนเดียว และการฟังแต่ความเห็นของผู้เชี่ยวชาญจำนวนน้อยนั้นไม่ใช่เรื่องที่มีประสิทธิภาพเพราะผู้เชี่ยวชาญในจำนวนที่น้อยจะมีข้อมูลที่ไม่ค่อยแตกต่างกัน ข้อมูลที่ได้จะไม่มีการกระจายตัวและจะทำให้เห็นถึงปัญหาไม่ครบทุกด้าน แต่การฟังคนจำนวนมากจะทำให้เห็นทั้งด้านดีและด้านแย่ที่เกินกว่าความเป็นจริง ซึ่งสุดท้ายแล้วยิ่งเรามีแผนรับมือกับความเปลี่ยนแปลงมากเท่าไร เราก็จะรับมือและปรับตัวได้ดีขึ้นมากเท่านั้น

แต่ประเด็นที่ผมต้องการจะสื่อก็คือ น้ำหนักตัวของวัวหนุ่มจะเปลี่ยนไปตามการทายหรือคำทำนายของคนส่วนมากหรือไม่? เช่นเดียวกันกับชีวิตของเราครับ หากมีคนมาทำนายทายหรือทักว่าชีวิตของเราจะเกิดสิ่งนี้ขึ้น สิ่งนั้นจะเกิดขึ้นจริง ๆ หรือ? ในมุมของผมแล้วหากอธิบายโดยทฤษฎี The wisdom of crowds คุณจะพบว่าในเหตุการณ์หนึ่งจะมีหมอดูกลุ่มหนึ่งที่ทายถูกและมีอีกกลุ่มหนึ่งที่ทายผิด เพราะนั่นคือธรรมชาติของเหตุการณ์ครับ หากเราเก็บตัวอย่างหรือเก็บข้อมูลในจำนวนที่มากพอ

หากใครที่เคยดูไพ่กับผมนะครับจะทราบดีว่าผมจะไม่ตอบคำถามปลายปิดแต่จะตอบคำถามที่เป็นคำถามปลายเปิดเท่านั้น โดยคำถามปลายปิดคือคำถามที่คำตอบที่ได้จะมีเพียง Yes หรือ No เท่านั้น เช่น จะได้งานไหม? จะตอบตกไหม? แฟนจะทิ้งรึปล่าว? จะท้องไหม? ผมจะไม่ตอบคำถามแนวนี้ครับ ผมไม่ตอบแนวใช่หรือไม่เพราะผมเชื่อว่ามีหมอดูท่านอื่นมากมายที่สามารถทำหน้าที่นี้ได้ดีกว่าผมครับและผมไม่ใช่หมอดูครับ แต่ผมจะตอบคำถามที่เป็นคำถามปลายเปิดเท่านั้นและจะให้คิดถึงผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นอย่างน้อย 3 แนวทาง เช่น หากลงมือทำแนวทางที่หนึ่งจะเกิดขึ้นอะไรขึ้นบ้าง แนวทางที่สองและแนวทางที่สาม? ควรจะเตรียมตัวอย่างไรบ้าง? จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้สอนอะไรเราบ้าง? เราควรเรียนรู้อะไรได้บ้างจากเหตุการณ์นี้เพื่อไม่ให้พบเจอกับสถานการณ์แบบเดิม? อะไรคือสิ่งที่เราควรให้ความสนใจในเหตุการณ์นี้? ฯลฯ

สำหรับผมแล้วอนาคตอยู่ในมือของตัวท่านเองครับ สำหรับผมไพ่ไม่ใช่เครื่องมือที่ผมใช้ในการทำนายอนาคตที่แม่นยำ ผมไม่ใช่ผู้รู้ แต่การดูไพ่(ไม่ใช้คำว่าดูดวง)กับผมนั้นสิ่งที่คุณจะได้ก็คือ creative skill ในการตั้งคำถามเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตของตัวคุณเอง การฝึกมองปัญหาในมุมมองแบบใหม่ การฝึกการหาทางออกในแนวทางที่สร้างสรรค์มากกว่าเดิม การฝึกเปิดในใจในการลองเรียนรู้สิ่งใหม่ การฝึกมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในมุมมองที่ต่างออกไปครับ

“จุดขายของผมคือการดูไพ่แบบไม่แม่นครับ เพราะผมดูไพ่แต่ไม่ดูดวงครับ”

รัก

พ่อหมี